ผมเบื่ออาชีพขายฝัน

posted on 15 Feb 2010 02:15 by hippogrip in diary, penzip

เราจะทำอย่างไรเมื่อลูกค้าไม่เข้าใจในวิชาีชีพของเรา ผมเชือว่าทุกอาชีพล้วนมีสิ่งหนึ่งที่คนอื่นที่ไม่ได้ประกอบอาชีพเหมือนตัวเองต้องทำความเข้าใจ นั่นคือ ขั้นตอนการทำงานและการเคารพเกียรติของวิชาชาชีพนั้นๆ ไม่เว้นแม้แต่อาชีพหมอนวด อยากอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ เช่น นางสาวทองใบมีอาชีพหมอนวดแผนโบราณ ทองใบก็อยากให้คนเข้าใจว่าตัวเองทำหน้าที่นวด มีวิธีการทำงานตั้งแต่ เตรียมอุปกรณ์ น้ำมันหอม ผ้าสะอาดหรือแม้กระทั่งที่เขียบุหรี่ เมื่อทองใบนวดให้ลูกค้าตามที่ลูกค้าเลือกว่าจะนวดแบบกดจุด นวดแผนไทย นวดอโรมา นวดดัดตัว อะไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการนวดแต่ละอย่างก็ต่างกัน ลูกค้าไม่ใช่นึกจะนวดกดจุด เพลินๆ แล้วอยากนวดอโรมาด้วย ในราคาเดียวกัน มันต้องทำการตกลง(สัญญา) กันในขั้นต้นก่อน เป็นต้น ถ้าเกิดเหตุการอย่างนี้ มันจะกลายเป็นความไม่เข้าใจระหว่างตัวคุณทองใบและลูกค้า หากคุณทองใบไม่อธิบายใ้หลูกค้าเข้าใจ ลูกค้าก็ไม่กลับมาใช้บริการและตัวคุณทองใบก็เสียลูกค้าไปหนึ่งคน ในขณะที่ลูกค้าอย่างคุณมานะก็คิดว่า "แม่งทีหลังเอาหมอนวดคนอื่นดีกว่า"

กรณีผม ก็เหมือนตัวคุณทองใบนั่นแหละครับ เมื่อไม่อธิบายขั้นตอนการทำงานออกแบบภายในแก่ลูกค้า ลูกค้า(ส่วนใหญ่) ก็จะคิดเพียงว่า

"แค่กระดาษไม่กี่แผ่นทำไมยูคิดราคาแพงจัง"  นักอออกแบบทุกคนฟังอย่างนี้แล้วคงหงายหลัง ประหนึ่งเหมือนโดนตบหน้าฉาดใหญ่เป็นคำพูดที่ทำลายเกียรติของวิชาชีพอย่างจัง ผมเคืองว่ะ แล้วมีหรือที่จะปล่อยเบลอ หึหึ

"หากคุณคิดว่าแค่กระดาษไม่กี่แผ่นทำไมไม่ทำเอง คิดเอง สร้างมันขึ้นมาเองละ"

ไอ้กระดาษไม่กี่แผ่นนั่นล่ะ มันเป็นความคิด ไอเดีย มันเป็นสิ่งที่นักออกแบบทุกคน ทุ่มเท ใส่ลงไปในงาน เพื่ออะไรน่ะหรือ ไม่ใช่เพื่อคุณ แต่เพื่อผลงานของเราที่มันจะอยู่ไปตลอดผมเชื่อว่านักออกแบบอะไรก็ตามในโลก ล้วนคิดว่างานของตัวเองคือ ลูก คนนึงที่คอยประคบประหงมเลี้ยงจนเติบใหญ่ หากใครจะว่าลูกเรายังไง มันก็คือลูกเรา แต่สุดท้ายแล้วเราก็ได้รับคำชม อย่างประโยคข้างต้น

"คนไทยก็งี้"(หนุ่ยพูด)

ใช่คนไทยก็งี้ ตีราคาความคิดของคนอื่นต่ำ วงการออกแบบบ้านเรามันก็ต่ำเต่าอยู่อย่างทุกวันนี้ โลกไปถึงไหนแล้ว  คนในวงการสร้างสรรค์ทุกแขนงออกแนวเบื่อหน่ายกันถ้วนหน้า เมื่อราคาไอเดียของตัวเองถูกตีความเป็นราคาของกระดาษ ไม่ใช่สิ่งที่อยู่บนกระดาษ  ก็นั่นแหละนะแม้แต่จิตรกรผู้ยิ่งใหญ่ วินเซนต์ แวนโก๊ะ ตลอดชีวิตของเค้ายังขายได้เพียงภาพเดียวในราคาไม่กี่เหรียญ ในขณะที่เค้าไม่หลับไม่นอนสามคืนเพื่อวาดภาพอย่าง The Starry Night จนเจ้าตัวตายไปเป็นร้อยปี ราคาภาพ  จึงสูงเป็นพันล้านเหรียญ ต้องรอให้ตายจากไปถึงจะเห็นคุณค่า มนุษย์มันก็เป็นอย่างนี้แหละ 

 

น่าเบื่อหน่าย

กลับมาที่เรื่องเดิม ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นความไม่่เข้าใจและ ไม่พยายามที่จะเข้าใจ พวกเราเหนื่อยว่ะ มันบั่นทอนจิตใจยังไงไม่รู้ ทีตอนเห็นงานล่ะชอบนู่นนี่ พอเห็นราคากลับถอยหลัง ก็นั่นแหละ เจ๊มองเป็นกระดาษแต่เจ๊ไม่ได้มองความคิดที่อยู่บนกระดาษ หมอรักษาคนไข้เพียงไม่กี่นาทีค่าตรวจก็หลายร้อยบาท ทำไมไม่คิดราคาเป็นวินาทีบ้างล่ะ มันไม่ได้ไง เพราะนั่นคือสิ่งที่เราเรียกว่าวิชาชีพ มันเป็นสิ่งที่เค้าเรียนรู้มาหลายปี เสียเงินทองมากมายเพื่อให้ได้ประกอบอาชีพที่ใฝ่ฝัน สุดท้ายเกียรติของวิชาชีพก็ถูกดูถูกด้วยคนทีไม่เข้าใจ มองแต่ส่วนที่ตนเองต้องได้ เหนื่อย เหนื่อยจริงๆ  

วันนี้ค่อนข้างพร่ำบ่น ปกติไม่เคยบ่นอย่างนี้ แต่อดไม่ไหว อยากให้เจ๊ได้อ่านจัง เจ๊จะได้เข้าใจสิ่งที่พวกผมทำกัน

สมัยเรียนปวช. อาจารย์เคยบอกว่า พวกคุณประกอบอาชีพขายฝัน เราขายจินตนาการ ขายสิ่งที่อยู่บนกระดาษ แล้วทำให้มันกลายเป็นของจริง มันก็จริงอย่างที่อาจารย์ว่าไว้ แต่มันเจ็บปวดตรงที่คนอื่นเค้าตีราคามันเป็นกระดาษ แผ่นนึง (พูดแล้วอยากตำหน้าแม่งชิบหาย)

เคยอ่านบทสัมภาษณ์เจ้าของกราฟฟิกเฮ้าส์ดังๆ จำชื่อไม่ได้ เค้าบอกว่า นักสร้างสรรค์ของไทยเกือบทุกวงการอย่างเช่น โฆษณา หนัง นักแต่เพลง นักวาดการ์ตูน พวกวิชวลไลเซอร์ ฯ เก่งขนาดเทียบเมืองนอกได้ แต่ วงการสร้างสรรค์บ้านเราขาดการสนับสนุนที่ดี พูดตรงๆคือเงินนั่นแหละ เค้าบอกว่า เทียบราคาทำวิชวลเออเฟกต์ 1 ซีน ในหนัง ราคา 1 ล้านบาท คุณภาพมันจะต่างกันหากราคา 10 ล้าน เพราะอะไร เพราะในขณะทีสร้างงานมันมีเวลาเป็นตัวแปร เมื่อมีเวลาก็ต้องมี การกิน อยู่ ใช้ มันก็คือเงิน หากเค้ามีเงินพอที่จะทำงาน มันก็จะได้งานดีๆ งานมันก็ออกมาดี  Avatar งบเป็นร้อยล้านเหรียญมันเลย ทำได้ ขนาดนั้นไง

http://www.apartmenttherapy.com/ol-images/sf/uploads/9-28-drain.jpgงานสรา้งสรรค์มันจึงมีราคา ผมเคยเห็นทีปิดสะดืออ่างล้าง Bath Plug ของ propaganda อันละเป็น4-500 ก็แค่พลาสติก ก็แค่ยาง แต่ทำไมมันแพงจังวะ มันแพงตรงความคิดที่คิดออกมาไง เจ๊รู้รู้รึปล่าวเค้าผ่านกระบวนความคิดอะไรมาบ้าง กว่าจะออกมาเป็นงานง่ายๆอย่างที่เห็น หรือสินค้าของMUJI ทำไมถึงแพงจัง ทั้งที่เีรียบง่ายจะตาย  อย่างนี้เป็นต้น 

 

หากจะพัฒนาและสร้างประเทศให้มีธุรกิจสร้างสรรค์อย่างนโยบายรัฐบาลคงเป็นได้ยาก หากพวกเรากันเองยังตีราคาของ"ความคิด" ต่ำ คนทำงานสร้างสรรค์จะมีแรงที่ไหนไปทำต่อ ในเมื่อไส้แห้งแทบจะไปขายลูกชิ้นทอดกันถ้วนหน้า

ก็นั่นแหละนะ เราไม่ได้โด่งดัง เก่งกาจและพูดไม่ได้เต็มปากว่าเป็นนักออกแบบ แค่เป็นคนทำงานด้านออกแบบ เป็นแพียงซอกเล็บนิ้วก้อยเท้า(ข้างซ้าย)ของ Philipe Stark ก็อย่าได้หวัง(และไม่หวังด้วย) ว่าจะได้ค่าความคิดแพงๆ เอาแค่สมน้ำสมเนื้อไม่เข้าเนื้อตัวเองก็พอ แต่เท่านี้เจ๊ยังบ่นอุบ เห้อออออออออออออออ  เบื่อ

  

Comment

Comment:

Tweet

โดนใจอย่างแรงเลยค่ะ
เราทำงานถักโครเชต์ไหมพรมขาย
กว่าจะถักได้ ทีละนิดๆ ต้องมีสมาธิ
มีความอดทน(ปวดมือปวดหลัง)
ใส่ใจลงไปในงานด้วย ไม่สวยก็รื้อแก้ใหม่
ราคาก็ไม่ได้แพงมากมาย รองเท้าผู้ใหญ่ 1 คู่
ใช้เวลาออกแบบและถักมันใช้เวลา 2 วัน
เราขายมันในราคา 250 บาท
มีคนไทยคนหนึ่ง(ไม่ใช่ทุกคน)พูดว่า..
แพงจังไหมพรมม้วนหนึ่งไม่ถึง 40 บาทขายตั้ง 250-.

เราเริ่มรู้สึกเหนื่อยที่จะทำมันเพื่อขาย...
ถักให้คนที่รู้คุณค่าของมันฟรีๆยังมีความสุขกว่า..
เหนื่อยกับการทำงานHandMadeในที่ที่มีคนคิดแบบนี้

เดือนที่แล้วเราถักรองเท้าอีกคู่หนึ่งเป็นของขวัญให้แฟนของเพื่อนซึ่งเป็นสาวญี่ปุ่น ความรู้สึกมันต่างกันมากค่ะ
ตอนเราให้เค้าเค้าทำยังกะได้แหวนเพชร
เค้าเห็นมันมีค่ามากๆกอดไว้ไม่ยอมวางเลย
เค้าบอกว่าที่ญี่ปุ่นของแบบนี้แพงมาก คู่ละ 3000 ได้
เค้ารู้ถึงความยากลำบากของเรา เค้าเห็นค่าของมัน
ตอนนั้นดีใจมากๆค่ะ ต่อไปนี้ถักแจกฟรี ไม่อยากขายแล้ว

ขอโทษนะคะที่มาบ่นในบล็อกคุณซะยืดยาว
แต่เรื่องนี้มันโดนใจจริงๆ
ถ้าเพื่อนๆสถาปนิกของฉันได้อ่านมันคงรู้สึกเหมือนกัน.





#4 By สุธีรา (180.183.62.129) on 2010-07-18 10:14

บอกเค้าไปว่า ศิลปิน ต้องกินต้องอยู่นะครับ

#3 By กุกกิก (124.120.209.148) on 2010-03-10 17:17

คนชอบคิดว่าหมอ*หาเงินง่าย รวย ---แต่ไม่ใช่ทุกคนที่เป็นหมอได้

วิศวกร* เท่ รายไ้ด้ดี แมน สาวชอบ ----- แต่ไม่ใช่ทุกคนเป็นวิศวะกรได้

แม้แต่ทหาร* --- ก็ไม่ใช่ทุกคนที่เป็นได้

นักออกแบบ* คนชอบคิดว่า แค่ขีดๆเขียน เราก็คิดได้วะ เขียนได้วะ โก่งราคาลูกค้า แค่กระดาษ --- แต่ใช่ว่าใครๆก็ทำได้(แม้แต่คนพูด)

ทำใจ คนบ้านเรา(อาจจะต่างประเทศด้วยก็ไม่แน่ ที่เขมรก็เป็นแน่นอนอันนึงละ55)ชอบมองอาชีพต่างๆที่ไม่ใช่ของตนเอง ด้อยกว่าเสมอ หาเหตุผลมาว่าเสมอ ไม่ใช่แค่อาชีพออกแบบแน่ๆ เพราะแบบนี้แหละ คนอื่นก็เลยมองงานเรา ไอเดียเราด้วยกว่าเขา มันเลยดูไร้ค่า ตีเป้นเงินยังไงก็ไม่คุ้มสำหรับเขาเพราะเขาคิดว่า
---ถ้ากรูมีเวลาคิดเองยังได้ดีกว่าพวกดีไซเนอร์แน่ๆ --- 55555

#2 By nui (124.120.84.236) on 2010-03-04 00:11

โอ้ววว

ที่พูดมานี้ ตรงหมดเลยครับบบ

ลูกค้าหรือคนไทยบางคนนะ
ไม่เคยรู้หรอกว่า

ว่าคนทำงานด้านนี้ เบื้องหลังมันเหนื่อยแค่ไหน
ทั้งแรงกาย แรงใจ กว่าจะทำงานออกมาได้ให้ทุกคนดู
(บางคนเกรียนจัดเนอะ วิจารณ์หยั่งกับว่าตัวเองเทพกว่าเขาแน่ะ มีปัญญาทำได้อย่างเขาหรือเปล่า )

ไม่สนับสนุนแล้วยังขัดขากันเองอีกต่างหาก



เนื้อหาดีอย่างนี้
ต้อง
Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

ครับ

#1 By xxvorachaixx on 2010-02-16 01:58

Recommend